วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ปวดข้อ ทำไมจ้อนท์แคร์ (jontkare) ป้องกันโรคกระดูก และจ้อนท์แคร์ (jontkare)





ทำไมจ้อนท์แคร์ (jontkare)  ป้องกันโรคกระดูก   

           
       จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันได้ คือ โรคข้อเข่าเสื่อม, โรคกระดูก, โรคเก๊าท์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์, โรคกระดูกพรุน และ โรคกระดูกทุกประเภท เนื่องจากในจ้อนท์แคร์ (jontkare) มีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มน้ำไขข้อกระดูกที่ลดการเสียดสีของปลายกระดูกทั้งสองท่อน บรรเทาข้อเสื่อม ระงับอาการอักเสบ และปวดบวมได้ 
 
     
สารสำคัญในจ้อนท์แคร์ (jontkare)
    1.ผงกระดูกอ่อนจากปลาฉลาม มีสารที่มีความสำคัญมากต่อข้อต่อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งในกระดูกอ่อนปลาฉลามมีสารสำคัญดังนี้

      - กลูโคซามีน มีหน้าที่สร้างโมเลกุลซับซ้อน เพื่อใช้ในการซ่อมแซมและหล่อเลี้ยงกระดูกอ่อน โดยการเพิ่มน้ำไขข้อกระดูก
      - คอนโดอิทินซัลเฟต เป็นสารที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ หรือเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของนวมที่ลดการเสียดสีของปลายกระดูกทั้งสองท่อน
   2.สารสกัดจากบลูเบอรี่ มีสารแอนโทไซยานิดิน ที่มีประสิทธิภาพในการลดและยับยั้งการสร้างลิวโคทรีน ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบ ทำให้อาการเจ็บปวดน้อยลง


   3.สารสกัดจากขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ และบวมตามข้อเนื่องจากขิงสามารถลดการสร้างฮอร์โมน พรอสตาแกลนดิน เป็นตัวเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการอักเสบ


   4.สารสกัดจากขมิ้น ชะลอการสร้างพรอสตาแกลนดินที่เกี่ยวข้องกับการระงับการอักเสบและปวดบวม โดยไปกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งสารคอร์ติโวนเพื่อระงับการอักเสบและความเจ็บปวด

   
  สรรพคุณเด่นของ จ้อนท์แคร์ (jontkare)
1.บรรเทาข้อเสื่อม จ้อนท์แคร์มีสารคอนโดอิทินซัลเฟต ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ หรือเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของนวมที่ลดการเสียดสีของปลายกระดูกแข็งสองท่อน จึงทำให้มีคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมสำหรับบรรเทาอาการข้อเสื่อมต่าง ๆ
2.ระงับอาการอักเสบ ปวดบวม จ้อนท์แคร์มีสารเคอร์คูมินชะลอการสร้างพรอสตาแกลนิดนซึ่งเกี่ยวข้องกับการระงับการอักเสบ ปวดบวม โดยไปกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งสารคอร์ติโวนเพื่อระงับการอักเสบและความปวด
   
 
        ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

       จ้อนท์แคร์ (jontkare) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน ขายดีที่สุดในขณะนี้

ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท
อย.เลขที่  13-1-02950-1-0014

วิธีรับประทาน      ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://jontkaresaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว   บุญหมื่น    โทร. 088 415 3926

ID Line :   bua300908

อีเมล์     sboonmuen@gmail.com    

โรคข้อเสื่อม ปวดข้อ สาเหตุของโรคข้อเสื่อม และจ้อนท์แคร์ (jontkare)


สาเหตุของโรคข้อเสื่อม และปวดข้อ


      โรคข้อเสื่อมและอาการปวดข้อ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  ข้อเสื่อมเกิดได้กับทุกข้อกระดูก แต่ส่วนมากมักเกิดที่บริเวณคอ หลังและอาจเกิดที่ข้อเข่าและข้อสะโพก  สาเหตุที่สำคัญของโรคข้อเสื่อมและอาการปวดข้อ มีหลายสาเหตุด้วยกัน 


      โรคข้อเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีมากกว่า 100 โรค ทำให้เกิดการบวม, ปวด และลดการเคลื่อนไหวของข้อ และเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อต่างๆ ของร่างกาย สำหรับโรคข้ออักเสบชนิดที่เรื้อรัง จำเป็นต้องรักษาไปตลอดชีวิต สาเหตุที่แท้จริงของโรคข้ออักเสบหลายๆ ชนิด ยังไม่เป็นที่ทราบชัดเจน

ชนิดของโรคข้อเสื่อม
1) โรคข้อรูมาตอยด์ มีอาการอักเสบของเยื่อบุภายในของข้อ ทำให้เกิดการบวม, แดง, ปวด การอักเสบเรื้อรังทำให้ปวดข้อ และขยับเคลื่อนไหวข้อได้ลดลง 

2) โรคข้อเสื่อมตามอายุ มีการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ปกป้อง และครอบคลุมผิวของกระดูกข้อ ส่งผลให้ให้กระดูก 2 ชิ้นสบกันไม่ได้ ทำให้เกิดความปวด และขยับได้น้อยลง เมื่อกระดูกถูบนกระดูก

แนวทางปฎิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม 
1. ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ต้องออกกำลังกายร่วมกับการรับประทานยา การออกกำลังกายที่ถูกต้อง และสม่ำเสมอเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ข้อมีความยืดหยุ่น และปกป้องกระดูกข้อ 

แบ่งการออกกำลังกายได้ 2 แบบ คือ
1) การออกกำลังกายเพื่อการรักษา แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเป็นผู้ช่วยคุณในเรื่องนี้ โดยวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนไข้เป็นรายๆ ไป การออกำลังการแบบแอโรบิค โดยทั่วไปใช้ได้ดีกับผู้ป่วยโรคข้อ เช่น การว่ายน้ำ เพราะหลีกเลี่ยงการทำงานหนักของข้อ
2) การออกกำลังกายเพื่อการสันทนาการ เป็นการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อการหย่อนใจ หรือทำให้ร่างกาย และจิตใจสดชื่น ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการกระทบกระแทกใช้ความรุนแรง (Contact Sport) เช่น ฟุตบอล
2. กายภาพบำบัด / กิจกรรมบำบัด
กายภาพบำบัดจะช่วยในเรื่องเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการเพิ่มพิสัยของข้อให้ขยับได้มากขึ้น ถ้ามีการติดขัดของข้อ รวมทั้งการบำบัดการปวดโดยไม่ต้องใช้ยา
3. การพักผ่อนที่เหมาะสมช่วยลดอาการปวดได้ ต้องระวังไม่ให้พักผ่อนมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ยได้ จากการนอนนาน ๆ
4. การใช้ความร้อน หรือเย็นช่วยลดความเจ็บปวดลงได้ชั่วคราว การให้ความร้อนสามารถให้ได้ในรูปน้ำอุ่น, กระเป๋าน้ำร้อน, กระเป๋าไฟฟ้าเป็นต้น ความเย็นสามารถให้ได้ในรูปน้ำแข็ง และเจลเย็น (cold pack) 
5. อาหารที่ถูกโภชนาการ และการควบคุมน้ำหนักที่เหมาะสมกับส่วนสูง ช่วยลดการปวดของข้อบางชนิดได้

สัญญานเตือนโรคข้ออักเสบเรื้อรัง
หากคุณมีอาการปวดข้อ ข้อติด และข้อบวมมากกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากการพบแพทย์ในระยะเริ่มต้นของโรคช่วยชะลอความเสียหายของข้อ ยิ่งโรคข้ออักเสบเป็นนานเท่าไร ความเสียหายต่อข้อยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น กรณีที่คุณมีการบาดเจ็บของข้อที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป หรือมีการเกิดอุบัติเหตุต่อข้อ เพิ่มอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคข้อนั้นๆ เสื่อมก่อนเวลาอันสมควร การออกกำลังกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อให้แข็งแรงอาจลดอัตราเสี่ยงดังกล่าวได้ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมเช่นกัน
      

ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง
     การป้องกันข้อเสื่อม ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การวิ่ง นังพับเพียบ คนที่มีข้อเข่าเสื่อมควรเลี่ยงการยกของหนัก ในคนที่อ้วนมาก การลดน้ำหนักตัว จะช่วยลดแรงที่กระทำต่อข้อได้เช่นกัน การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อของขาได้



          จ้อนท์แคร์ (jontkare) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้

ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://jontkaresaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว  บุญหมื่น    โทร. 088 415 3926

ID Line : bua300908

อีเมล์   sboonmuen@gmail.com    

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ปวดข้อ สารแกมม่า ออริซานอล และจ้อนท์แคร์ (jontkare)

 

สารแกมม่า ออริซานอล ใน จ้อนท์แคร์ (jontkare)


    สารแกมมาออริซานอลพบได้ในเมล็ดพืชทั่วไป แต่พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในเมล็ดข้าว สารแกมมา ออริซานอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเมล็ดพืช 

            สารแกมมา ออริซานอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สันนิษฐานกันว่า สารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการทำลายหลอดเลือดหัวใจจากอนุมูลอิสระ และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ อีกด้วย ช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยการลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้ เพิ่มไขมันที่ดี คือ HDL จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้
และช่วยรักษาอาการของสตรีในวัยหมดประจำเดือน ช่วยให้การทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมน้ำย่อยทำงานได้เป็นปกติขึ้น

     ทางการแพทย์ได้นำเอาสารแกมมา ออริซานอล การรักษาโรคมานานแล้ว  เช่น ประเทศญี่ปุ่นได้สกัดเอาสารแกมมา ออริซานอลมาใช้ในการรักษาตั้งแต่ ปี 1962 เริ่มใช้รักษาในกรณีคนไข้ที่มีความวิตกกังวล และต่อมามีการใช้สำหรับสตรีในวัยหมดประจำเดือน และในปี 1980 ค้นพบคุณสมบัติในการช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ และใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีคอเลสเตอรอลสูง 

    ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การวิ่ง นังพับเพียบ ในรายที่มีข้อเข่าเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก คนที่อ้วนมาก ต้องลดน้ำหนักตัว เพื่อลดแรงที่กระทำต่อข้อลงได้เช่นกัน และการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อของขาได้



          จ้อนท์แคร์ (jontkare) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้

      สารแกมม่า ออริซานอล มีอยู่ในจ้อนท์แคร์ (jontkare)
ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://jontkaresaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว   บุญหมื่น   โทร. 088 415 3926

ID Line :   bua300908

อีเมล์  sboonmuen@gmail.com    

โรคข้อกระดูกเสื่อม ปวดข้อ การเฝ้าระวังโรคข้อกระดูกเสื่อม และจ้อนท์แคร์ (jontkare)


การเฝ้าระวังโรคข้อกระดูกเสื่อม




         แพทย์ด้านกระดูกออกมาเตือนเรื่อง "โรคข้อกระดูกเสื่อม" พบในคนอายุน้อยลง ซึ่งโรคข้อกระดูกเสื่อมเกิดขึ้นได้ในคนที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป จากสถิติของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมพบประมาณ 1 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 34.5-45.6 ของประชากรทั้งประเทศ  โดยส่วนใหญ่มักพบในคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สาเหตุมาจากภาวะอ้วน ทำให้ข้อเข่าแบกรับน้ำหนักเกิน เล่นกีฬาหักโหมเกินไป โดยเฉพาะฟุตบอล ให้หลีกเลี่ยงการคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ นั่งยอง ๆ และนั่งพับเพียบ รวมทั้ง การประสบอุบัติเหตุ หรือการเล่นกีฬาหักโหมเกินไป  อาทิ การเล่นฟุตบอล เป็นต้น และปัจจัยด้านอายุ พันธุกรรม ยังพบว่า การเปลี่ยนแปลงในกระดูกอ่อนจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การติดเชื้อในข้อ หรือโรคเกาต์ ก็มีส่วนทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อให้เสื่อมเร็วยิ่งขึ้น

         เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่บริเวณโซนอีเดนชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มูลนิธิทศวรรษโรคกระดูกและข้อ(ประเทศไทย) ร่วมกับบริษัท มิลลิเมด จำกัด จัดกิจกรรม "Joint Free จารบีข้อเข่า" ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค รวมทั้งแนวทางการป้องกันและรักษาโรคข้อกระดูกเสื่อม



         โรคข้อกระดูกเสื่อม เป็นโรคที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อเกิดความผิดปกติ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้างและทางเคมี โดยปกติกระดูกอ่อนจะมีความยืดหยุ่น ทำหน้าที่ลดแรงที่กระทำต่อข้อกระดูก และทำให้ข้อเคลื่อนไหวด้วยความราบรื่น เมื่อกระดูกอ่อนเสื่อมกระดูกแท้จะเสียดสีกันทำให้เกิดความเจ็บปวด และเกิดเสียงดัง จนทำให้สูญเสียหน้าที่ในการเคลื่อนไหว รับน้ำหนัก และกระจายแรง ซึ่งภาวะข้อกระดูกเสื่อมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น



           ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้ แต่สามารถลดอาการปวดได้ เช่น การทำกายภาพบำบัด การบริหารกล้ามเนื้อเข่า การใช้ยา และการผ่าตัด  ซึ่งปัจจุบันการใช้ยาก็สะดวกมากขึ้น โดยมีผงชงละลายน้ำกลูโคซามีน ซัลเฟต สำหรับดื่มวันละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยชะลอการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ และช่วยบรรเทาอาการปวดของโรคข้อเสื่อม แต่ต้องร่วมกับการบริหารกล้ามเนื้อเข่า หรือกายภาพบำบัด 
          แนวทางสำคัญควรป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคให้ช้าที่สุด โดยควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนเกินไป หลีกเลี่ยงการคุกเข่า ขัดสมาธิ หรือนั่งยอง ๆ รวมทั้งการขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ  โดยไม่จำเป็น และควรบริหารกล้ามเนื้อเข่าให้แข็งแรง เพราะจะช่วยให้การใช้งานข้อเข่าดียิ่งขึ้น โดยเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายในน้ำ เป็นต้น



         "ทางที่ดีที่สุดต้องรู้จักดูแลตัวเอง อย่าใช้งานพวกข้อเข่ามากจนเกินไป เพราะจะทำให้เสื่อมเร็วขึ้น ที่สำคัญหากป่วยด้วยโรคข้อเข่าเสื่อม จะมีอาการตั้งแต่ข้อฝืด ไปจนกระทั่งปวดบริเวณข้อ จนไม่สามารถเดิน หรือเคลื่อนไหวไปไหนได้" 

         โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบในผู้ป่วยสูงอายุ แต่ผู้ป่วยที่มีโรคข้อเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเกาต์ หรือผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่า ก็อาจจะเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมในขณะที่อายุยังไม่มาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นข้อเสื่อมได้มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย


อาการที่สำคัญของโรคข้อกระดูกเสื่อม 

          1. ปวดเข่า เป็นอาการที่สำคัญเริ่มแรก จะปวดเมื่อยตึงทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเข่า หรือบริเวณน่อง เมื่อเป็นมากขึ้นจะปวดบริเวณเข่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว ลุกนั่งหรือเดินขึ้นบันไดไม่คล่องเหมือนเดิม
         2. มีเสียงในข้อ เมื่อเคลื่อนไหวผู้ป่วยจะรู้สึกมีเสียงในข้อและปวดเข่า
         3. อาการบวม หากข้อมีการอักเสบก็จะเกิดข้อบวม
         4. ข้อเข่าโก่งงอ อาจจะโก่งด้านนอกหรือโก่งด้านใน ทำให้ขาสั้นลงเดินลำบากและมีอาการปวดเวลาเดิน



        5. ข้อเข่ายึดติด ผู้ป่วยจะไม่สามารถเหยียด หรืองอขาได้สุดเหมือนเดิม เนื่องจากมีการยึดติดภายในข้อ


ปัจจัยที่ก่อให้เกิดข้อเข่าเสื่อม
           1. อายุ อายุมากมีโอกาสเป็นมากเนื่องจากอายุการใช้งานมาก
           2. เพศ  ซึ่งเพศหญิงจะเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า
           3. น้ำหนัก ยิ่งน้ำหนักตัวมากข้อเข่าจะเสื่อมเร็ว
           4. การใช้ข้อเข่า ผู้ที่นั่งยอง ๆ นั่งขัดขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบนาน ๆ จะพบข้อเข่าเสื่อมเร็ว
           5. การได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่า ไม่ว่าจะกระดูกข้อเข่าแตกหรือเอ็นฉีก จะเกิดข้อเข่าเสื่อได้
           6. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และได้รับแคลเซียมในปริมาณที่พอเพียงจะชะลอการเสื่อมของเข่า


การวินิจฉัยข้อเข่าเสื่อม
         แพทย์จะมีขั้นตอนการวินิจฉัยว่าท่านเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมหรือไม่  เมื่อท่านไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดเข่าเรื้อรัง 
           1) ซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยเน้นที่การตรวจข้อเข่า ซึ่งอาจจะพบลักษณะที่สำคัญคือ ข้อบวม หรือขนาดข้อใหญ่และมีการงอของข้อเข่า
           2) การถ่ายภาพรังสี ก็จะพบว่าช่องว่างระหว่างกระดูกเข่าแคบลง ซึ่งหมายถึงกระดูกอ่อนมีการสึกหรอ หากสึกมากก็ไม่พบช่องว่างดังกล่าว
           3) การเจาะเลือด การเจาะเลือดเพื่อวินิจฉัยแยกโรค ที่อาจจะเป็นสาเหตุของโรคปวดเข่าเรื้อรังเช่น โรคเกาต์ หรือโรครูมาตอยด์
           4) การตรวจน้ำหล่อเลี้ยงเข่า ในกรณีที่เข่าบวม แพทย์จะเจาะเอาน้ำหล่อเลี้ยงเข่าออกมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
           5) การตรวจความหนาแน่นของกระดูก เป็นการตรวจหาโรคกระดูกพรุน
       การป้องกันโรคข้อกระดูกเสื่อม ผู้ป่วยควรรู้จักการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การวิ่ง นังพับเพียบ ในรายที่มีข้อเข่าเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ไม้เท้า จะช่วยลดการถ่ายแรงที่กระทำต่อข้อเข่าได้



      จ้อนท์แคร์ (jontkare) ลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสื่อมของข้อ โรคข้อกระดูกเสื่อม และโรคเก๊าท์


ส่วนประกอบสำคัญของจ้อนท์แคร์
   1.ผงกระดูกอ่อนจากปลาฉลาม มีสารสำคัญ คือ กลูโคซามีนและคอนโดอิทินซัลเฟต เป็นสารที่มีความสำคัญมากต่อข้อต่อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งในกระดูกอ่อนปลาฉลามมีสารสำคัญ ได้แก่
     -กลูโคซามีน มีหน้าที่สร้างโมเลกุลที่ซับซ้อน เพื่อใช้ในการซ่อมแซมและหล่อเลี้ยงกระดูกอ่อน โดยการเพิ่มน้ำไขกระดูก
     -คอนโดอีทิลซัลเฟต เป็นสารที่ทำหน้าที่คล้ายฟองน้ำ หรือเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของนวมที่ลดการเสียดสีของปลายกระดูกแข็งสองท่อน ทำให้มีคุณสมบัติดีเยี่ยมสำหรับบรรเทาอาการปวดข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะข้อเข่า และยังช่วยชะลอการเสื่อมของเข่าได้ด้วย

   2.สารสกัดจากบลูเบอร์รี่ มีสารแอนโทไซยานิดีน ที่มีประสิทธิภาพในการลดและยับยั้งการสร้างลิวโคทรีนที่เป็นสาเหตุของการอักเสบ ทำให้อาการเจ็บปวดและอักเสบน้อยลง

   3.สารสกัดจากขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมตามข้อ เนื่องจากขิงสามารถลดการสร้างฮอร์โมน พรอสตาแกลนดิน ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้นที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ



   4.สารสกัดจากขมิ้น มีสารเคอร์คูมินช่วยชะลอการสร้างพรอสตาแกลนดิน ทำให้ระงับการอักเสบและปวดบวม โดยไปกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งสารคอร์ติโวนเพื่อระงับการอักเสบและความปวด
          จ้อนท์แคร์ (jontkare) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้



ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อกระดูกเสื่อม ได้ผลจริง
ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://jontkaresaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว  บุญหมื่น   โทร. 088 415 3926

ID Line :   bua300908

อีเมล์   sboonmuen@gmail.com    

โรคข้อเสื่อม ปวดข้อ โรคข้อเสื่อมหลีกเลี่ยงได้อย่างไร และจ้อนท์แคร์ (jontkare)

                         
  โรคข้อเสื่อมหลีกเลี่ยงได้อย่างไร


     การหลีกเลี่ยงจากโรคข้อเสื่อมสามารถทำได้ มีข้อแนะนำหลายประการที่จะช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างไร้กังวลแม้อายุจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคข้อเสื่อมมักเกิดจากการใช้งานและอายุทีี่เพิ่มขึ้นตามวัย จากการสำรวจโรคข้อเสื่อมในคนไทย พบว่า คนไทยเป็นโรคข้อเสื่อมและกระดูกพรุนมากถึง 7 ล้านคน โดยมักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและผู้สูงอายุ ที่สำคัญจำนวนตัวเลขดังกล่าวมีแต่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นนั่นเอง

     โรคข้อเสื่อม เป็นอาการที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ฉาบผิวกระดูกข้อต่อไว้ไม่ให้มีการเสียดสีกันเมื่อเคลื่อนไหว ซึ่งเมื่อเราเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง ยืน หรือเดิน ข้อต่อจะทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อกระดูกอ่อนผุพังหรือบางลง กระดูกข้อต่อก็จะเสียดสีกันจนเป็นผลให้เกิดการอักเสบ ซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

     วิธีที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม อาการปวดข้อนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณดูแลร่างกายเป็นอย่างดี และนี้คือ 4 วิธี ที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคข้อเสื่อม
     1. การควบคุมน้ำหนัก หนึ่งในสาเหตุใหญ่ของอาการข้อเสื่อม คือ การที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วน หากยิ่งน้ำหนักตัวมากเท่าไร ข้อต่าง ๆ ในร่างกายก็ยิ่งต้องรับภาระมากเท่านั้น โดยเฉพาะข้อเข่า สะโพก และ หลัง ที่เป็นกำลังหลักในการรับน้ำหนักของร่างกาย

       การควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการถนอมข้อกระดูกทางหนึ่ง การออกกำลังกายแบบแอโรบิคจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่หากผู้ป่วยกังวลว่า การออกกำลังกายจะเป็นอันตรายต่อข้อกระดูก ก็ควรเลือกประเภทของการออกกำลังกายที่ข้อไม่ต้องแบกรับภาระมากนัก เช่น ว่ายน้ำ การเดินในน้ำ เดิน หรือปั่นจักรยาน (ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง)

    2. การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น นั่งหลังงอและก้มคอทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงก็เป็นผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอวเช่นกัน ควรนั่งให้ถูกต้องโดยการนั่งพิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนาน ๆ และทางที่ดี ควรหาโอกาสขยับตัว โดยลุกขึ้นมาเดินบ้าง ยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ 

     “น้ำหนักน้อยก็ใช่ว่าจะไม่เป็นโรคข้อ หากทำอะไรที่ผิดท่า ไม่ว่าจะชอบนั่งยอง ๆ นั่งกับพื้น ผุดลุกผุดนั่งบ่อย ๆ หรือการขึ้นบันไดเป็นประจำ เหล่านี้ก็ทำให้ข้อเข่าเสียได้บางคนชอบยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียวซึ่งเป็นการสร้างภาระให้กับข้อข้างนั้นแทนที่จะลงน้ำหนักสองขาเท่า ๆ กัน อย่างนี้เป็นต้น”
       
     3. การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การป้องกันโรคข้อเสื่อมจากการออกกำลังกายสามารถทำได้โดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ของข้อต่อเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อซึ่งเป็นจุดสำคัญของการออกกำลังกายทุกประเภท การมีกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังที่ดีจะทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังรับภาระน้อยลง ซึ่งลดความเสี่ยงต่อความเสื่อมได้มาก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มฝึกกล้ามเนื้อใด ๆ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้การฝึกฝนนั้นไปสร้างภาระให้กับข้อกระดูก แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งดี แต่หากออกกำลังกายหนักเกินไป ก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับข้อกระดูกได้ โดยจะเห็นได้จากนักกีฬาอาชีพ ซึ่งมักมีปัญหาข้อกระดูกเสื่อมอย่างรวดเร็ว

      4. การบริโภคอาหารและยา โดยเฉพาะการรับประทานยาจำพวก กลูโคซามีน และคอนโดรอิทีน เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างน้ำไขข้อและกระดูกอ่อนเคลือบผิวข้อได้ แต่ไม่ยืนยันว่าได้ประโยชน์มากเท่าใด ทั้งนี้ต้องใช้ในกรณีที่ข้อเสื่อมอยู่ในระยะแรกๆ เท่านั้น
ในส่วนของยานั้น หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดบ่อยเกินความจำเป็น เพราะอาจมีผลต่อข้อกระดูก “สเตียรอยด์แบบฉีดเพื่อลดการอักเสบของข้อนั้น ถ้าใช้บ่อย ๆ ก็ทำให้ข้อเสียได้ แต่ถ้าเป็นสเตียรอยด์แบบรับประทานก็จะไม่มีผลต่อข้อ แต่มีผลต่อกระดูกโดยรวมเพราะจะทำให้กระดูกบางลง” 

      โรคข้อเสื่อมเป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด และยากที่จะรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนสู่สภาพปกติ ดังนั้นการรักษาข้อให้อยู่ในสภาพดีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในวันข้างหน้าคุณจะยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับวันนี้

       ผลิตภัณฑ์ จ้อนท์แคร์ (jontkare) สามารถป้องกันและแก้ปัญหาโรคข้อเสื่อม ได้ผลจริง

       จ้อนท์แคร์ (jontkare) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้



ปริมาณและราคา 1 ขวดบรรจุ 30 เม็ด ราคา 1,050 บาท

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://jontkaresaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว   บุญหมื่น    โทร. 088 415 3926

ID Line : bua300908

อีเมล์  sboonmuen@gmail.com